ประเด็นน่าสนใจ  
 
You are here : ข่าวและบทความสุกร > ข่าวสุกร
  ข่าวปศุสัตว์

ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสุกรของชาวบ้านป่วยตายที่จังหวัดพิจิตร

  ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสุกรของชาวบ้านป่วยตายที่จังหวัดพิจิตร  
Wednesday, 21 March 2007
     กรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอ ”ข่าวหมูของชาวบ้านตายโดยไม่ทราบสาเหตุ นับร้อยตัวในพื้นที่ บ้านท่ามะไฟ หมู่ 9 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตรเข้าไปตรวจสอบพร้อมเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อไปตรวจสอบที่ศูนย์วิจัย และชันสูตรโรคสัตว์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเบื้องต้น ทราบว่า หมูที่ตายเริ่มจากมีอาการชักกระตุก และไม่กินอาหาร ซึ่งผลการพิสูจน์พบว่า หมูติดเชื้อแบคทีเรีย แพสเจอร์เลลลา และอีคลอไล ปศุสัตว์จังหวัด ได้นำยาฆ่าเชื้อไป แจกให้กับชาวบ้านไปผสมน้ำฉีดพ่นคอกหมูแล้ว ส่วนหมูที่ตายขณะนี้มีเกือบ 500 ตัว ”
      นายจีระวัชร์ เข็มสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2550 แต่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตรได้รับแจ้งจากเกษตรกรเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2550 ว่ามีหมูตายผิดปกติ และจากการเข้าไปตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์พบว่า ปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในขณะนี้ ประกอบกับการจัดการด้านสุขภาพของสุกรไม่เหมาะสม การเลี้ยงสุกรค่อนข้างแออัด ทำให้แม่สุกรอ่อนแอรับเชื้อโรคได้ง่าย เมื่อแม่สุกรมีคลอดลูกจึงไม่มีน้ำนมเพียงพอและไม่มีคุณภาพ ส่งผลให้ลูกสุกรจึงทยอยตายเรื่อยๆ ประกอบกับมีการรับซื้อลูกสุกรจากหลายๆ ที่มาเลี้ยงรวมกัน และมีเกษตรกรที่อยู่ข้างเคียงมาดูอาการสุกรป่วยจึงอาจนำเชื้อไปแพร่ที่คอกของตน
     รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติม ถึงผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือ(ตอนล่าง) พบว่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli และเชื้อ Pasteurella spp. ไม่ใช่สาเหตุหลักของการตาย และได้เก็บตัวอย่างเพิ่มเติม (15 มี.ค.50) เพื่อติดตามสภาวะของโรคต่อไป
     “ ส่วนการดำเนินการควบคุมโรคเบื้องต้น ได้ประกาศเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว ทั้งยังขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้เคลื่อนย้ายสุกรเข้า – ออกพื้นที่ 30 วัน และห้ามชำแหละซากสุกรที่ตาย รวมทั้งพ่นยาฆ่าเชื้อโรคทุกครัวเรือน ทุกคอก ของเกษตรกรทุกวันๆละ ๑ ครั้ง และได้มอบยาฆ่าเชื้อให้ผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย ที่สำคัญได้มีการเฝ้าระวังโดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร และสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยที่ ๖ คอยให้การช่วยเหลือ ” รองอธิบดีกล่าว
***************************
ข้อมูล : สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์
ข่าว : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมปศุสัตว์

Previous Page | Next Page